กว่าจะมาเป็น “จิม แคร์รี่” ชีวิตนักแสดงตลก ที่ไม่ตลก

กว่าจะมาเป็น “จิม แคร์รี่” ชีวิตนักแสดงตลก ที่ไม่ตลก
แต่เพราะชีวิต คือ ความเป็นไปได้

เรื่องราวของความเป็นไปได้ เริ่มต้นที่ผู้ชายคนนี้ ในปี 1990 จิม แคร์รี่ อายุ 28 ปี เขาเป็นนักแสดงตลกในแอลเอ ถังแตก no name สุดๆ
แทบไม่มีคนรู้จักเลยว่าเขาเป็นนักแสดงตลก

ในวันที่ชีวิตแย่มากๆ เขาตัดสินใจเขียนเช็คสั่งจ่ายให้กับตัวเอง
เป็นจำนวนเงิน 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ฟังดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องตลก

จิม แคร์รี่ พูดว่า “ผมเขียนเช็คให้กับตัวเอง 10 ล้านเหรียญ จากค่าตัวในการแสดง และผมให้เวลาตัวเอง 5 ปี
โดยลงวันที่ตรงกับวันขอบคุณพระเจ้าในอีก 5 ปี ข้างหน้า แล้วเก็บมันไว้ในกระเป๋าตังส์ เพื่อไว้บอกตัวเองว่า นี่คือเป้าหมายของผม”

ผ่านไปปีแล้วปีเล่า เช็คก็ยังถูกเก็บอยู่ในกระเป๋าตังส์ของเขา
ตัวเขาก็พยายามอย่างหนัก ในการทำตามสัญญาที่จะหาเงินมาจ่ายตัวเอง
โดยไม่พึ่งพาโชคชะตา และไม่สนใจอุปสรรคอะไรระหว่างทางที่จะเดิน
เขามีเป้าหมายเดียวคือ การหาเงินจำนวนที่เขาเขียนไว้ในเช็ค
ให้ได้ภายใน 5 ปี

หลังจากนั้น 4 ปี เมื่อจิม อายุ 32 ความฝันเขาก็ใกล้เข้ามา
เขาได้รับบทเป็นนักแสดงนำครั้งแรก

จากเรื่อง
Ace Ventura : Pet Detective นักสืบซุปเปอร์เก็ก
ต่อด้วยเรื่อง The Mask หน้ากากเทวดา
และ Dumb and Dumber ใครว่าเราแกล้งโง่

เขาจำได้ว่า มันเป็นช่วงเวลาก่อนวันขอบคุณพระเจ้าปี 1995
ที่เขารู้ตัวว่าเขากำลังจะทำเงิน 10 ล้านเหรียญ จากเรื่อง Dumb and Dumber

นี่แหละ คือ สิ่งที่เขาได้รับ จากการไม่เคยย่อท้อต่อโชคชะตา
เขาทำมันสำเร็จจริงๆ ด้วยตัวเขาเอง ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจของตัวเขาเอง

แต่ก่อนที่คุณจะเข้าใจถึงบทสรุป เราขอเล่าย้อนกลับไปตอนวัยเด็กของจิมสักหน่อย
เพราะเรื่องราวในวัยเด็กเขาก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน

ตอนจิม แคร์รี่ อายุ 12 ปี พ่อของเขาถูกไล่ออกจากงานบัญชี
แถมยังถูกยึดบ้าน

จิมพูดว่า “พ่อผมโดนไล่ออกจากงานตอนเขาอายุ 51
มันโครตแย่ พระเจ้า! เราสูญเสียทุกอย่างหมดเลย
พวกเราต้องไปนอนกันในรถแวน และพวกเราก็เริ่มทำงานกันอย่างหนัก
ตั้งแต่เป็นยามแล้วต่อมาก็เป็นภารโรง”

จากที่เคยภาคภูมิใจในตัวเอง ที่ตัวเองเป็นคนเรียนดีสุดๆ เกรด A ทุกวิชา
กลับต้องมาทำงาน วันละ 8 ชั่วโมงในโรงงาน
ทำให้เขากลายเป็นคนปิดตัวเองและเลิกสุงสิงกับผู้คน

ตอนจิมอายุ 7 ขวบ แม่เขาก็พูดขึ้นมาว่า
แม่ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับสมอง สมองแม่เสื่อม
หรือหัวใจตีบ อะไรสักอย่าง เขาไม่แน่ใจ
มันทำให้เขากลัวการสูญเสียคนในครอบครัวตั้งแต่เด็ก
และที่สำคัญพ่อกับแม่ ก็เป็นคนที่สูบบุหรี่จัดมาก ทำให้สุขภาพไม่ค่อยดี
เขาจำได้ว่า เขาเคยขังตัวเองร้องไห้ในห้องน้ำเป็นชั่วโมง
เพราะกลัวว่าพ่อกับแม่จะจากเขาไป จนพ่อกับแม่ต้องมาตามเขาออกไป
จิมรักพ่อแม่ของเขามาก

และนี่เป็นสิ่งที่ทำให้ จิม แคร์รี่ อยากชดเชย
ช่วงเวลาวัยเด็กที่แทบไม่เคยมีเสียงหัวเราะของตัวเองและครอบครัวเลย
เขาจึงต้องการสร้างความตลกให้กับตัวเองและครอบครัว
โดยเฉพาะแม่ของเขาที่กำลังป่วย เค้าอยากให้แม่เขา หัวเราะและยิ้มได้ เขาเลยเริ่มแสดงตลกให้แม่ดู
.
.

นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นนักแสดงตลกของ ผู้ชายคนนี้

พอเขาอายุ 15 เขาก็ได้เริ่มต้นการเป็นนักแสดงตลกครั้งแรก
ที่สโมสร Toronto’s Yuk Yuk’s

วันนั้นเขาจำได้ว่า เขาสวมสูทสีเหลืองที่แม่ตัดให้ เขาหล่อสุดๆ
พ่อก็เป็นคนขับรถไปส่งเขาด้วยตัวเอง

แต่นั่นเป็นการเปิดตัวการแสดงตลกครั้งแรก ที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า
มันแย่มาก !!! มันไม่ขำเลย !!!

แต่พ่อของเขากลับบอกเขาว่า ไม่เป็นไรลูก
และเป็นคนสนับสนุนเขาให้ออกจากโรงเรียนตอนอายุ 16 ปี
ย้ายไปฮอลลีวู้ด เพื่อตามหาฝันของเขาตอนอายุ 19
พ่อเป็นหนึ่งในแรงผลักดันที่สำคัญที่สุดในชีวิตของ จิม แคร์รี่ เลยก็ว่าได้

10 ปีต่อมา จิมก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ
ยังต้องดิ้นรนอยู่อย่างยากลำบาก ยังมองไม่เห็นหนทาง

เขาจึงตัดสินใจเขียนเช็คล่วงหน้าให้ตัวเอง
เพื่อบอกกับตัวเองทุกวันว่า เขาต้องได้เงินจำนวนนี้
และ 4 ปีหลังจากที่เขาเอาเช็คใส่ไว้ในกระเป๋าตลอดเวลา พร้อมความเชื่อมั่นว่าตัวเองจะทำได้
เขาก็ทำสำเร็จ และนั่นเป็นวาระสุดท้ายของพ่อ
พ่อจากเขาไป ในปี 1994
จิม แคร์รี่ สอดเช็คใบนั้นลงไปในโลงศพของพ่อ และบอกพ่อของเขาว่า
ขอบคุณที่เชื่อมั่นในความฝันของเขา และวันนี้เขาทำสำเร็จแล้ว

ซึ่งหลังจากนั้นต่อมา จิม แคร์รี่ กวาดรายได้
จากหนังของเขากว่าพันล้านดอลลาร์

สุดท้าย เราอยากจะบอกคุณว่า
ไม่ว่าคุณจะเผชิญหน้ากับความยากลำบากขนาดไหนในอดีตที่ผ่านมา
เพียงแค่คุณให้คำสัญญากับตัวเองว่า คุณจะไม่มีวันยอมแพ้
และเลือกที่จะทำอย่างตั้งใจ ความสำเร็จจะเป็นของคุณอย่างแน่นอน
วันนี้ถ้ามีโจทย์ให้กับคุณ
ว่าคุณต้องให้ค่าตัวคุณโดยการเขียนเช็คให้ตัวเองล่วงหน้า 5 ปี
คุณจะจ่ายตัวเองเท่าไหร่
.
.
.
อะไรเป็นสิ่งที่คุณตั้งใจทำมันเพื่อชีวิตของตัวคุณเอง
คุณอยากสร้างอะไรให้ impact ต่อโลกใบนี้
ทุกอย่างมันเป็นไปไม่ได้ ถ้าตัวคุณไม่เชื่อว่ามันจะเกิดขึ้น
ถ้าคุณเห็นภาพมันชัด คุณก็ต้องลงมือทำให้เกิดขึ้น
.
.
.
.
อย่างที่ จิม แคร์รี่ พูดไว้
“คุณไม่สามารถเพียงแค่เห็นภาพอย่างเดียว
แต่คุณต้องเลือกที่จะก้าวเดินและลงมือทำด้วย”

Recent Posts

Leave a Comment