เจาะชีวิต “เดอะร็อค” จากผู้ชายถังแตก จนเป็นนักแสดงที่ทำรายได้สูงสุด!

เจาะชีวิต “เดอะร็อค” จากผู้ชายถังแตก
จนเป็นนักแสดงที่ทำรายได้สูงสุด!

ความสำเร็จทิ้งร่องรอยอยู่เสมอ
แต่ก่อนที่จะสำเร็จได้ ทุกคนล้วนผ่านจุดที่ดิ่งเหว
ไม่ว่าตอนนี้ชีวิตคุณกำลังไปได้ดี หรือกำลังแย่

เรื่องราวของ ดเวย์น เดอะร็อค จอห์นสัน หรือที่หลายคนรู้กันในชื่อเดอะร็อค
อาจจะเป็นแรงบัลดาลใจสำหรับคุณ

ตอนจอห์นสัน ยังเป็นเด็ก พ่อของเขาทำให้ครอบครัวล้มละลาย
เขาได้เห็นรถของแม่ถูกยึดไปต่อหน้าต่อหน้า
อีกหนึ่งอาทิตย์ถัดมาบ้านเขาก็ถูกยึด
ให้ตายเถอะ เขามีชีวิตที่โชคร้าย ไม่ต่างจากคนธรรมดาอย่างเราๆเขายังจดจำช่วงเวลานั้นได้ดี จอห์นสันพูดว่า
“เมื่อเรากลับมาถึงบ้าน บ้านเราโดนล็อค และมีหมายศาลแปะไว้หน้าบ้าน
แม่แผดเสียง และก็เริ่มร้องไห้และทรุดตัวลงกับพื้น พร้อมกับพูดว่า เราจะไปอยู่ที่ไหน เราจะทำยังไงกันดี

ภาพนั้นทำให้ผมหัวใจสลาย ผมจำได้ ผมบอกตัวเองว่า
ผมจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อจะที่ให้ผมไม่มีวัน
โดนไล่ออกจากบ้านแบบนี้อีก !! ”
.
.

5 ปีต่อมา จอห์นสัน ตัดสินใจโฟกัสกับการเล่นกีฬา American Football
ที่ตัวเขาเองมีพรสวรรค์ และเค้าก็มีฝึกซ้อมอย่างจริงจัง ซ้อมอย่างหนัก
เพื่อทำให้ความฝันในการเป็นนักกีฬา American Football เขาเป็นจริง

ต่อมาเขาได้ทุนการศึกษาเรียนมหาวิทยาลัยไมอามี เพื่อเล่นเป็นตำแหน่ง Defensive tackle เป็นตำแหน่งที่สำคัญ ตำแหน่งหนึ่งในกีฬา American Football ของมหาวิทยาลัย
เขาทำให้ทีมไมอามี่เฮอร์ริเคนของมหาลัยเข้ารอบชิง

แต่ช่วงเวลาเลวร้าวก็เกิดขึ้นอีกครั้ง อายุ 19 เขาได้รับบาดเจ็บ จนต้องออกจากการแข่งขัน

เขาเสียใจเป็นอย่างมาก จนต้องย้ายกลับไปแคนนาดา เพื่อเล่นให้ คัลแกลี่ สลัมพ์เดอร์
American Football ลีกของแคนนาดา แต่เขาได้เป็นแค่ตัวสำรอง

ชีวิตพลิกผัน เขาต้องไปอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ สองห้องนอน กับเพื่อนร่วมทีมอีกสามคน

จอห์นสัน เล่าว่า “เราสี่คนเหมือนอาศัยอยู่ในรถบรรทุก และพวกเราต้องหาฟูกสำหรับนอนจากกองขยะ ข้างหลังโมเทลรายชั่วโมง ผมเลือกฟูกที่เปื้อนอสุจิและประจำเดือนน้อยที่สุด
แล้วผมก็ซื้อผ้าปูที่นอนกับน้ำยาฆ่าเชื้อเยอะมาก

หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ถูกตัดออกจากทีม เท่าที่เค้าจำได้
“มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับอาการบาดเจ็บของเขาเลย มันเป็นแค่เขาไม่ดีพอสำหรับทีมเท่านั้นเอง”
ต่อมา เขาถูกแฟนสาวทิ้ง จอห์นสัน พูดว่า
“ ความฝันที่มีของผมมันสูญสลายไปหมด ผมไม่มีทั้งฟุตบอล
ความสัมพันธ์ก็พังยับเยิน มันช่างเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของผมก็ว่าได้”

เขาเล่าต่อว่า “ ผมมีเงินติดตัวแค่ 7 เหรียญ ในกระเป๋ากางเกง
ตอนนั้นผมรู้อยู่แค่สองอย่าง คือ

หนึ่ง ผมถังแตกมากๆ
สอง แต่ผมจะไม่มีทางกลับมาเป็นแบบนี้อีก”

นี่เป็นจุดต่ำสุดในชีวิตของจอห์นสัน
เขาตัดสินใจที่จะรับผิดชอบต่อความสำเร็จในอนาคตอย่างเต็มที่

เขาบอกกับตัวเองว่า
“ถ้าคุณต้องการจะทำบางอย่าง คุณจะสามารถหาทางไปถึงมันได้
แต่ถัาคุณไม่อยากทำ คุณก็จะพบกับข้ออ้าง”

จอห์นสันตัดสินใจที่จะเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง
เพื่อเตือนถึงจุดเริ่มต้นของเขา
เขาจึงตั้งชื่อบริษัทว่า “เซ่เว่นบัคส์ โปรดักชั่นส์”
.
.
.

จอห์นสันเริ่มที่จะโปรโมทตัวเองในฐานะนักมวยปล้ำ ในแมชท์เล็กๆ ตามตลาดนัด
เริ่มต้นจากรายได้ 40 เหรียญต่อคืน จนเขาสามารถเข้าแข่งขันใน WWE
ซึ่งเป็นสมาคมมวยปล้ำอาชีพ หรือที่พวกเราจำกันได้ คือ รายการมวยปล้ำ
และเขาก็เป็นที่รู้จักในนาม “The Rock” จากนั้นผ่านไป 5 ปี
เขากลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ที่โด่งดังที่สุดที่สุดในวงการมวยปล้ำอาชีพ
ในปี 2000 เขาได้รับเชิญให้เป็นพิธีกรในการถ่ายทอดสดในคืนวันเสาร์
จอห์นสันยอมใส่เดรส และยอมเล่นเป็นนักแสดงตลก
และนั่นเป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้แสดงภาพยนต์เรื่องแรก “The Mummy Returns” ในปี 2001 ในบทราชาแมงป่อง ตลอดเรื่องเขามีบทพูดแค่สองคำ
แต่ถึงอย่างนั้น เขาซ้อมมันแล้วซ้อมมันอีก และเขาก็ป่วยตลอดช่วงเวลาการถ่ายทำที่โมร็อคโก

เขาจำได้ว่า “ ผมรับโทรศัพท์จากตัวแทนผม เขาพูดว่า “สวัสดี พวกเขากำลังดูบันทึกการถ่ายทำของผม และพวกเค้าอยากจะสร้างภาพยนต์จากคาแล็กเตอร์ของผม”
ผม พูดได้แค่คำว่า “เยี่ยม” แล้วก็โน้มตัวลงไปอาเจียนต่อ

ภาพยนตร์เรื่องแรกเป็นจุดเริ่มต้น หนึ่งทศวรรษที่เขาได้รับบทบาทเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

จอห์นสันกลายเป็นนักแสดงที่ทำรายได้สูงสุดของฮอลลีวู้ดในปี 2013
ภาพยนตร์ของเขากวาดรายได้ 1.3 พันล้านเหรียญสหรัฐจากทั่วโลก

ตลอดเวลานั้นจอห์นสัน สร้าง เซเว่นบัคส์ โปรดักชั่น ของเขาอย่างต่อเนื่อง
และโปรเจ็คล่าสุด คือสารคดี HBO 2016 เรื่อง
“Rock and the Hard Place” สร้างแรงบันดาลใจจากทำให้คุณรุ่นใหม่
มองหาโอกาสครั้งที่สองในชีวิต จากเรื่องราวชีวิตของจอห์นสัน

Recent Posts

Leave a Comment