10 คลื่นแห่งอนาคตที่กำลังมา…ที่คุณไม่รู้ ไม่ได้

10 คลื่นแห่งอนาคตที่กำลังมา…ที่คุณไม่รู้ ไม่ได้

โลกหมุนไว จนบางทีอะไรๆก็เปลี่ยนไปจนคุณไม่ทันตั้งตัว ย้อนกลับไป 10 ปีก่อน หลายคนคงเห็นแล้วว่าเรามีเทคโนโลยีใหม่เข้ามามากมาย
อยู่ดีๆ พวกเราก็มี Uber มาใช้ทดแทนการใช้รถ Taxi การเกิดมาของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า Tesla Model ที่คิดค้นโดย Elon Muskโมเดลธุรกิจห้องพักที่ไม่มีพื้นที่เป็นของตัวเองอย่าง airbnb

แล้วอีก 5-10 ปีข้างหน้านี้ละ อะไรจะเปลี่ยนไปอีก

ผมเคยได้ยินหลายคนพูดว่าถ้าวันนั้นรู้แบบนี้ วันนี้ชีวิตคงเปลี่ยนไปอีกแบบ
นี่จึงเป็นที่มาของการรู้ทันอนาคต

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปงาน Fast Forward Your Business 2016 จัดขึ้นโดย Wealth Dynamics Thailand เป็นงานที่ผมและทีมพลาดไม่ได้เลยครับ เพราะพวกเราทุกคนใน Wealth Space เติบโตมาจากแนวคิดของ Roger James Hamilton


เขาคือ Futurist หรือนักทำนายอนาคตให้กับผู้ประกอบการทั่วโลก
และเป็นผู้ก่อตั้งหลักสูตร Wealth Dynamics ที่มีผู้ประกอบการทั่
วโลกนำไปใช้กว่า 250,000 คน

โอ้โห อย่ารอช้าครับ มาอัพเดทกันเลยว่า 10 เทรนด์ในอนาคต…ที่คุณไม่รู้ไม่ได้ มีอะไรบ้าง
และที่สำคัญทาง Wealth Space ได้คิดวิเคราะห์จนตกผลึก และได้เอาแนวคิดที่เป็
นของประเทศไทยเข้ามาด้วย
มาดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง

===============

nov9_wave10-002

คลื่นลูกที่ 1 – นักเล่นแร่แปรธาตุยุคใหม่ (ความคิดที่เปลี่ยนไป)

ยุคนี้เป็นจุดเริ่มต้นของผู้ประกอบการ(Entrepreneur) รุ่นใหม่ที่ทันสมัยมากขึ้นครับ
คนสมัยนี้ทำธุรกิจง่ายกว่าสมัยก่อนเยอะ ทุกอย่างรอบๆตัวเรากลายเป็นระบบดิจิตอล
การติดต่อผ่านทั้งหลายผ่านโซเชียลมีเดีย(Social Media)  และทำงานร่วมกันผ่านระบบออนไลน์ (Online Collaboration)

“เป็นช่วงเวลาทองของการทำธุรกิจได้สะดวก รวดเร็ว เพราะเรามีทั้งโซเชียลมีเดีย ในการเข้าถึงทรัพยากร
มีช่องทางใหม่ในการติดต่อสื่อสารกับผู้คนเพียงปลายนิ้ว ออนไลน์แพลตฟอร์มต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ และการขายออนไลน์”

รวมถึงการผลิตสมัยใหม่ที่ใช้ข้อมูลดิจิตอล ทำให้การผลิตสินค้าตัวอย่างหรือต้นแบบทำได้รวดเร็วมากขึ้น  นักธุรกิจหน้าใหม่ที่มีไอเดียเด็ดๆ สามารถเพิ่มโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมีจำนวนมากขึ้นมากมายกว่ายุคก่อน โดยมีการคาดการว่าจำนวนยอดผู้ประกอบการจะมีมากถึง 1ล้าน ในปี 2020

เทคโนโลยีที่เข้ามา ผมย้ำนะครับว่าเข้ามาแล้ว แล้วสำหรับเทรนด์อนาคต (จริงๆเข้ามาสักพักแล้วครับ) คือการผลิตด้วยระบบดิจิตอล(Digital manufacturing) เช่น เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่เราสามารถผลิตสินค้าได้เอง ทุกอย่างสามารถพรินต์ออกได้ด้วยเครื่องพิมพ์  เจ้าเทคโนโลยี เครื่องพิมพ์ 3 มิติ สามารถตอบโจทย์ให้กับแวดวงต่างๆ และถูกนำไปใช้แล้วในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทางการศึกษา (Education) อุตสาหกรรมการออกแบบ (Industrial Design) อุตสาหกรรมยานยนต์ (Automotive) งานด้านวิศวกรรม (Engineering) งานด้านสถาปัตยกรรม (Architecture) การแพทย์และทันตกรรม (Medical & Dental) การออกแบบแฟชั่นและเครื่องประดับ (Fashion & Jewellery) การบินและอวกาศ (Aerospace) อาหาร (Food) และอื่นๆ อีกมากมาย ลองดูตัวอย่าง ปัจจุบันมีรถยนต์ที่ถูกออกผลิตขึ้นเครื่องพิมพ์ 3 มิติ แล้วบนโลก  คือ Urbee Car ที่สามารถวิ่งบนถนนได้จริง

ตัวอย่างในบ้านเรา

สำหรับเรื่องนี้ทางบ้านเราก็เริ่มมีการตื่นตัวแล้วโดยเฉพาะสายธุรกิจรูปแบบใหม่อย่างสาย StartUp ที่มีความคล่องตัว
และความสามารถในการประยุคใช้เทคโนโลยีต่างๆมาเพื่อสร้างธุรกิจที่ไม่เคยมีมาก่อนอีกทั้งยังมีหลายๆหน่วยงานที่เริ่มจัดงานแสดงเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการยุคใหม่เหล่านี้เช่น

ด้วยปัจจัยเหตุปัจจัยพวกนี้ การเติบโตของธุรกิจสามารถเติบโตได้ในอัตรายกกำลัง หรือที่เรียกว่า Exponential Growth
ผลที่จะได้คือ เรากำลังเข้าสู่ยุคทองของผู้ประกอบการสายพันธุ์ดิจิตอลที่จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นมากกว่าแต่ก่อน

สิ่งที่คุณต้องทำ

ความคิดที่เปลี่ยนไป  ความสามารถของเราในการสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมกัน แบบเรียลไทม์ (Real-Time)
จะเปลียนแปลงสิ่งต่างๆรอบตัว ความถึงวิธีคิดของเราไปอย่างก้าวกระโดดมาก ทุกอย่างจะเร็วไปหมด คุณต้องตามให้ทัน

สิ่งที่คุณต้องทำ

มีภาระกิจที่ยิ่งใหญ่ สิ่งที่ผมกำลังจะบอก คือ  พอทุกอย่างมันง่าย สิ่งที่มันท้าทาย มันก็เป็นจริงได้ง่ายขึ้น
ยิ่งคุณมีภาระกิจที่ยิ่งใหญ่ มันก็ยิ่งเป็น “Big Why” ที่คุณอยากขับเคลื่อนธุรกิจ ยิ่งคิดใหญ่ คุณก็จะค้นหาวิธีการ ตัวช่วย และเครื่องมือใหม่ๆที่จะช่วยให้คุณไปถึงสิ่งที่ฝันได้ไม่ยากในยุคนี้


โรเจอร์กว่าวปิดท้ายในคลื่นลูกแรกว่า
“เศรษฐกิจที่รวดเร็ว…จะชนะเศรษฐกิจที่ใหญ่ แต่เชื่องช้าได้”

===============

nov9_wave10-003

คลื่นลูกที่ 2 – ตัวฉัน 3.0 (Me 3.0)


นี่คือยุคที่ลูกค้าเน้น “ตัวฉันเองเป็นศูนย์กลาง”  ยุคที่ Generation Y  หรือ Gen-Y เป็นประชากรส่วนใหญ่
Gen-Y ทั่วโลกกว่า 2 พันล้านคนคิดเป็นสัดส่วน 30% ของประชากรโลกประเทศไทยมี 22 ล้านคน ส่วนแบ่งรายได้สูงถึง 5 ล้านล้านบาทต่อปี หรือ 25% รายได้รวมของประเทศ


กลุ่มคน  Gen-Y เกิดในช่วงปี พ.ศ.2523-2540 (ค.ศ.1980-1997) เติบโตมาในช่วงที่โลกกำลังเข้าสู่ยุคสารสนเทศข่าวสารข้อมูลเต็มรูปแบบมีการปฎิวัติทางเทคโนโลยีการสื่อสารด้วยคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ เคลื่อนที่ และอินเตอร์เน็ต ทำให้ค่านิยมส่วนบุคคลเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก กล้าเสี่ยง และมีความทะเยอทะยานในการเป็นเจ้าของธุรกิจมากกว่าคนรุ่นก่อนหน้า ที่มีค่านิยมมุ่งไปที่การทำงานประจำ
พฤติกรรมการจับจ่ายสินค้าและการบริการแทบจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง นี่เป็นข้อมูล Insight Customer ที่ผู้ประกอบการยุคนีต้องเข้าใจ

(ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติมจาก http://www.tcijthai.com/tcijthainews/view.php?ids=6527)

ผลกระทบ

จุดสนใจที่เปลี่ยนไป : ลูกค้าเข้าถึงตัวเลือกของสินค้าที่มีมากขึ้น ลูกค้าปฏิเสธสินค้าได้อย่างรวดเร็วถ้ามันไม่ใช่ ไม่ถูกใจ
และสามารถที่จะหาสินค้าหรือบริการที่ดีที่สุดที่จะมาตอบโจทย์ความต้องการด้วยตัวเอง

 

สิ่งที่คุณต้องทำ

ถ้าคุณอยากจะเข้าใจลูกค้าในยุคนี้ คุณต้องเข้าใจพฤติกรรมของเขาก่อน เพราะเป็นยุคที่คนเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง
และมีทางเลือกเยอะแยะมากมายในการใช้สินค้าและบริการ พวกเขาเลือกช่องทางที่ดี ที่สุดให้ตัวเองได้



เพราะฉะนั้น โรเจอร์บอกไว้ คือ

“เมื่อคุณคิดจะทำธุรกิจ “ให้เริ่มจากลูกค้า ไม่ได้เริ่มจากสินค้า”

ผู้ประกอบการต้องเริ่มสนใจที่ตัวลูกค้าให้มากขึ้น  วางแผนการเข้าถึงลูกค้าในระดับเฉพาะบุคคล ออกแบบธุรกิจ ที่บริการลูกค้ารายบุคคลได้

ในบ้านเรา

สำหรับคลื่นลูกนี้ เกิดขึ้นมาในประเทศของเราแล้ว พฤติกรรมของลูกค้ายุค Me 3.0 มีเห็นได้ทั่วไปโดยเฉพาะคนที่ค้าขายออนไลน์
ซึ่งเราจะเห็นพฤติกรรมเหล่านี้ถูกนำเสนอกันทาง Facebook หรือแม้แต่คุณเองเวลาซื้อของออนไลน์ มันรวดเร็วมาก ที่คุณจะเลือกซื้อสิ่งใด หรือไม่เลือกอะไร

แต่ในทางธุรกิจแล้วในบ้านเราเริ่มมีการทำการตลาดเฉพาะบุคคลแล้ว แม้ว่ายังไม่มีการปรับตัวอย่างเด่นชัด ในด้านอื่นๆ
เพราะในต่างประเทศเองเรื่องนี้ ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆในการที่จะทำ Mass Personalization  แต่ตัวอย่างที่เราพอเห็นผ่านตามาบ้างก็จะมี campang ของโค้กที่เราสามารถสั่งพิมพ์ชื่ออะไรไปบนขวดก็ได้ แบบนี้เป็นต้นนะครับ

อีกตัวอย่างที่ ดูจะเป็นเทรนด์ของอนาคตจริงๆ ผมยกตัวอย่างให้เห็น เช่น โครงการรองเท้าวิ่งเฉพาะบุคคลที่ผลิตด้วยวิธีการพิมพ์ 3 มิติของ Adidas http://gadgets.siamsport.co.th/adidas-futurecraft-3d/

===============

nov9_wave10-004

คลื่นลูกที่ 3 – เปลี่ยนจากการกระทำเป็นการดึงดูดใจ (การเข้าถึงลูกค้าที่เปลี่ยนไป)

สืบเนื่องมาจากผลของคลื่นลูกที่แล้วครับ ทำให้ปัจจุบันการที่เราจะเสนอสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้ามีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นกว่าในสมัยก่อนมาก Customer Journey หรือ การเดินทางของลูกค้าสมัยนี้ เห็นสินค้าแล้วไม่ได้ตัดสินใจซื้อเลย แต่ต้องอ่านรีวิว ถามเพื่อน คนรอบตัวจนมั่นใจก่อนแล้วค่อยซื้อ ผู้คนใช้ชีวิต และเสพสื่อผ่านสังคมออนโลน์ กันจนอึน มันเยอะมาก

สื่อโฆษณาออนไลน์ เป็นสิ่งที่คนที่ทำธุรกิจทุกคนสนใจ  ยิ่งโดยเฉพาะการตลาดออนไลน์
ที่มีมากมายหลายรูปแบบ แต่อำนาจในการสร้างความสนใจไม่ได้อยู่กับผู้ขายอีกต่อไป

ลูกค้ามีโอกาสเห็นตัวเลือกที่หลากหลาย หลายๆคนเลือกที่จะเมินเฉยต่อโฆษณา เพราะว่ามีให้เห็นมากเกินไป
ผู้คนมีการรวมกลุ่มกัน เพื่อแชร์ข้อมูลสินค้าและบริการ มากกว่าที่จะเชื่อในสิ่งที่โฆษณานำเสนอ

โรเจอร์ ได้เสนอถึงความสำคัญของเรื่องนี้ไว้ว่า

“คุณควรสร้างคอมมูนิตี้ (Community ที่ดี เพื่อที่จะดึงดูดผู้คนเข้ามาหาคุณก่อน และนำเสนอสิ่งที่มีคุณค่าให้ฟรีๆ เพื่อดึงดูดเวลาของผู้ที่สนใจ คุณถึงจะสามารถนำเสนอขายสินค้าหรือบริการของคุณได้อย่างดี แล้วลูกค้าที่พึงพอใจจะสร้างชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือให้คุณเอง”

ผลกระทบ

การเข้าถึงลูกค้าที่เปลี่ยนไป  การโฆษณาแบบเก่าแทบจะไม่มีคนสนใจอีกต่อไป
การสร้างความสนใจ ความเชื่อใจ และเวลาของลูกค้าทำได้ยากกว่าแต่ก่อนมาก
ลูกค้าจะเป็นคนตัดสินใจเองว่าสิ่งที่คุณสื่อออกมามีคุณค่าพอที่จะได้รับความสนใจรึเปล่า

 

สิ่งที่คุณต้องทำ

มุ่งเน้นให้คนมีความรู้สึกอยากมีส่วนร่วมมากกว่านำเสนอแต่เนื้อหา
จงหันมาสร้างและฟูมฟักชุมชน (Community) ของคุณ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกับผู้ที่มีส่วนร่วมกับคุณ

ในบ้านเรา

ปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่ามีหลายสินค้าและบริการหลายๆอย่างที่เกิดจากคนตัวเล็กๆ แต่ประสบความสำเร็จสามารถสร้างธุรกิจใหญ่โตได้จากเพียงแค่เริ่มนำเสนอสิ่งที่มีคุณค่าผ่านโซเชียวแพลทฟอร์ม(Social Platform) เช่น Facebook เพราะฉะนั้นถือได้ว่าคลื่นลูกนี้มันเกิดขึ้นจริงแล้วในบ้านเรา และคนที่ปรับตัวทันก็จะสร้างความสำเร็จได้จริง

===============

nov9_wave10-005

คลื่นลูกที่ 4 – โลกในมือของคุณ (การเข้าถึงทรัพยากรที่เปลี่ยนไป)

ในคลื่นที่ 4 นี้โรเจอร์ นี้ได้พูดถึงการเชื่อมต่อกับทรัพยากรต่างๆในโลก
ได้เหมือนกับการที่โลกทั้งใบอยู่ในมือคุณ

เริ่มจากการที่ ปัจจุบันผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงทรัพยาการต่างๆ แทบจะทั่วโลก
ได้โดยผ่านระบบออนโลน์ (Global online access)


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเข้าถึงสินค้า การบริการ และธุรกรรมต่างๆผ่านมือถือ ทำให้เกิดเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ๆเกิดขึ้น
เช่น ธุรกิจที่ตอบสนองผู้บริโภคเป็นครั้งๆ ตรงตามที่ลูกค้าต้องการ โดยสามารถจัดเตรียมสินค้าหรือบริการได้
โดยใช้เวลาอันสั้นหรือแทบจะทันที (On demand economy) เช่น Uber, Grab Taxi

เศรษฐกิจอีกรูปแบบค่อนข้างมาแรงคือ เศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (Sharing economy)


รูปแบบหลักๆ ของธุรกิจแนวนี้ คือ การเป็นตัวกลางให้เช่า สินทรัพย์ที่เป็นของบุคคลทั่วไป กับผู้ที่ต้องการเช่าสินค้านั้น
ทำให้ตัวธุรกิจไม่จำเป็นต้องซื้อ  สินทรัพย์ไว้ในองค์กรของตัวเอง หรือถ้าเป็นทางด้านแรงงาน คือ การจัดจ้างคนภายนอกมาทำงานให้องค์กรเป็นครั้งคราว (Outsourcing)

ซึ่งรูปแบบเศรษฐกิจนี้เป็นการช่วยลดต้นทุนอย่างมากในการทำธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันมีแพลทฟอร์มหลายๆตัวที่นำเสนอการบริการ
ไม่ใช้เพียงเฉพาะในระดับท้องถิ่นเท่านั้นแค่คุณยังสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้ทั่วทั่งโลก เช่น Airbnb ธุรกิจสตาร์ทอัพการแบ่งปันที่พักที่ไม่ได้มีที่พักเป็นของตัวเอ
อีกตัวอย่าง เช่น ในอนาคตเร็วๆนี้ Uber จะมีระบบรถยนต์ขับด้วยตัวเองแทนการใช้คนขับ โดยเอารถยนต์จากทุกคนมาปล่อยเช่า เป็นต้น

แล้วถ้าคุณยังไม่มีอะไรในมือเลยละ ผมจะบอกว่ามันง่ายมากเลยครับ ปัจจุบันนี้ มีแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า ปัญญาจากฝูงชน
หรือ Crowdsourcing แนวคิดมีหลักการง่ายๆ คือ ถ้าอยากแก้ปัญหาอะไร ก็ขอให้คนจำนวนมาก ช่วยกันแก้ให้ โดยใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลาง แนวคิดนี้กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงถ้าคุณคิดว่าไอเดียของคุณดีพอที่สามารถจะทำเป็นสินค้าหรือธุรกิจ ก็จะมีการระดมทุนรูปแบบใหม่ที่เชิญชวนผู้คนบนอินเตอร์เน็ตมาให้เงินสนับสนุนคุณได้ (Crowd funding)

ทั้งนี้โรเจอร์ได้กล่าวถึงเทคโนโลยีการแปลภาษาแบบใหม่ ซึ่งสามารถแปลได้ทันทีผ่านระบบมือถือ
ซึ่งจะยิ่งทำให้ภาษาไม่ใช่อุปสรรคในการติดต่อสื่อสารอีกต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้ ว้าว!!

ผลกระทบ

การเข้าถึงทรัพยากรที่เปลี่ยนไป ผู้ประกอบการและลูกค้า สามารถเข้าถึง ทรัพยากร และ ผู้เชี่ยวชาญ ได้กว้างขวางขึ้นผ่านโลกออนไลน์
คุณสามารถเข้าถึง และเลือกใช้สินค้า การบริการ และเงินทุนได้ทั่วโลกเพื่อมาสนับสนุนธุรกิจของคุณ

สิ่งที่คุณต้องทำ

มุ่งเน้นการใช้เวลาของคุณไปกับสิ่งที่คุณถนัด แล้วทำสิ่งเหลือให้เป็นระบบอัตโนมัติ หรือจัดจ้างคนนอกมาทำแทน ไม่มีเวลาพอ หรือ ไม่มีทุนพอ จะไม่ใช่ข้ออ้างอีกต่อไป

 

ในบ้านเรา

ทุกอย่างที่กล่าวมา ได้เข้ามาในเมืองไทยแล้ว ทั้งธุรกิจต่างชาติเช่น Uber, Grab Taxi  รวมถึงธุรกิจที่เกิดจาก Startup ภายในประเทศเองก็มีการใช้ Crowdsourcing และ Crowd funding แล้ว

===============

nov9_wave10-006

คลื่นลูกที่ 5 – โลก 3.0 (ประสบการณ์ที่เปลี่ยนไป)

ถ้าคุณเป็นคน Generation Y  หรือ Gen-Y ที่ยังเคยได้สัมผัสกับอุปกรณ์อนาล็อก คุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างรอบๆได้โดยเฉพาะการที่ เครื่องมือเครื่องใช้หลายๆอย่างได้กลายมาเป็นระบบดิจิตอล ซึ่งนี้หมายถึงโลกที่เรารู้จักถูกอัพเกรดมาเรื่อยๆ

และเรากำลังเข้าสู่โลกเวอร์ชั่นที่ 3 กันแล้วแล้วโลกรุ่นที่ 3 มีการพัฒนาอย่างไรกันบ้าง มาดูกันครับ

สิ่งแรกคือ อินเตอร์เน็ตที่เราใช้ๆกันอยู่นี้ละครับ ไม่เพียงแค่มันจะเข้าถึงคนทั่วโลกมากขึ้น

แต่ความเร็ว และปริมาณข้อมูล ที่เราใช้จะเพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมากมาย ไม่ใช้เพิ่มแค่เท่าตัว แต่อาจเพื่มถึง 10 หรือ 100 เท่า
ทั้งที่ผ่านสายเคเบิลและโครงข่ายมือถือ ด้วยความสามารถของอินเตอร์เน็ตที่ดีขึ้นทำให้ สนับสนุน การรับส่งข้อมูลผ่านอุปกรณ์สื่อสารรูปแบบใหม่ๆ
ในชีวิตเรามากขึ้น อย่างที่เห็นชัดๆกันตอนนี้คือ เราเริ่มที่จะใช้ Facebook Live ในการสื่อสารถึงคนทั่วโลกในเวลาจริงด้วยภาพและเสียงกันแล้ว จากเดิมที่เราสามารถส่งได้เพียงข้อมูลเสียง

แต่สิ่งที่จะทำให้เราเข้าสู่โลกเวอร์ชั่นที่ 3 จริงๆคือ เทคโนโลยีที่เรียกว่า เทคโนโลยีความจริงเสมือน (Virtual Reality)และ เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) ที่จะมาเปลียนแปลงรูปแบบสื่อที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก

เทคโนโลยีความจริงเสมือน (Virtual Reality) คือการจำลองภาพด้วยคอมพิวเตอร์การฟิก โดยเราจะมองผ่านอุปกรณ์เฉพาะ
ที่จะมาครอบตาเรา ทำให้เรามองภาพจำลองนี้แล้วรู้สึกมีมิติเหมือนในโลกจริง ความจริงแล้วนี้ไม่ใช่สิ่งใหม่แต่ด้วยการพัฒนาของอุปกรณ์พกพาโดยเฉพาะมือถือทำให้ปัจจุบัน เทคโนโลยีนี้เริ่มมีใช้กันแพร่หลายมากขึ้นแล้ว

เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) เป็นสิ่งที่เริ่มมีมาได้ไม่นานนัก ซึ่งเป็นการจำลองภาพด้วยคอมพิวเตอร์การฟิกเช่นกันต่างกันตรงที่ ภาพกราฟฟิก จะถูกซ้อนทับเข้ามาบนโลกของความเป็นจริงเลย โดยผ่านจอภาพ หรือแว่นตาพิเศษ ถ้านึกไม่ออก ขอให้นึกถึง หนังเรื่อง Ironman ครับ
ภาพที่ ตัวเอก มองผ่านชุดเกราะ จะมีข้อมูลที่แสดงออกมาเป็นกราฟฟิกขึ้นมานั้นละครับ

ผลกระทบ

ประสบการณ์ที่เปลี่ยนไป  คอนเทนต์รูปแบบเก่าๆ คนจะเริ่มไม่สนใจ ความต้องการที่จะเสพคอนเทนต์ผ่านสื่อไอเทครูปแบบใหม่จะเป็นที่ต้องการมากขึ้นลูกค้าต้องการที่จะได้รับประสบการณ์ในรูปแบบที่สื่อแบบเก่าให้ไม่ได้

สิ่งที่คุณต้องทำ

คิดรูปแบบใหม่ๆในการสื่อสารกับลูกค้า ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ต่อลูกค้า
(Customer Experience)เตรียมตัวเข้าสู่ยุคของโลกเสมือนจริง การติดต่อผ่านเทคโนโลยีที่ล้ำสมั

นบ้านเรา

เรื่องการคุยผ่าน Live นี้คงไม่ต้องพูดถึง เพราะบ้านเรามีการปรับตัวตรงนี้ไวมาก ส่วนเทคโนโลยีความจริงเสมือน และ เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม
อาจฟังดูยังไกลตัวไปหน่อยสำหรับคนไทย แต่เนื่องจากตัวผู้เขียนอยู่ในวงการ Maker ไทย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ฝักใฝ่เทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่แล้วจึงได้มีโอกาสเจอกับ บริษัทไทย ที่ใช้เทคโนโลยีนี้โดยตรง จึงบอกได้เต็มปากเลยว่า เทคโนโลยีนี้มีใช้จริงในธุรกิจในเมืองไทยแล้ว เพียงแค่อาจจะยังไม่รู้จักเป็นที่แพร่หลายเท่านั้นเอง

===============

nov9_wave10-007

คลื่นลูกที่ 6 – ทหารม้าแห่งการเปลี่ยนแปลง (ระบบที่เปลี่ยนไป)

ชื่อคลื่นลูกที่ 6 ฟังดูน่าตกใจนะครับ แต่ที่ผมจะสื่อ คือ โลกเราจะเข้าสู่ยุคที่ทุกอย่างรอบตัวคุณสามารถทำงานให้คุณได้ โดยแทบไม่ต้องใช้แรงงานคนอีกต่อไป อุปกรณ์ต่างๆ รอบตัวเรา มันฉลาดขึ้นมาก ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ละที่จะกลายมาเป็นม้างานแทนที่แรงงานที่เป็น “คน” !!

เริ่มจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ฉลาดขึ้นด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ AI
ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้มีการพัฒนาทางด้านความสามารถในการตัดสินใจขึ้นเป็นอย่างมาก
โดยสามารถนำเอาระบบปัญญาประดิษฐ์ มาช่วยทำงานหลายๆด้าน


ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มสูงขึ้นโดยใช้จำนวนคนคุมที่น้อยลง เช่นในการวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ
และปัญญาประดิษฐ์นี้สามารถที่ คุมเครื่องจักรหลายๆอย่างได้แล้ว เช่น แขนกลในสายการผลิตรถยนต์



“แนวโน้ม ก็คือ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จะเข้ามาสู่การดำเนินชีวิตปกติของเรามากขึ้น ตั้งแต่อยู่ในบ้าน
เช่น  ช่วยคุณดูแลบ้านได้ทั้งหลัง!! ตั้งแต่เปิดปิดไฟ ยันรดน้ำต้นไม้ เวลาเดินทาง เราก็จะมีระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถขับรถแทนเราได้ด้วย “



ม้างานตัวต่อมา ก็คือหุ่นยนต์ ในอดีตวิทยาการหุ่นยนต์ จะมีให้เห็นได้แค่ตามโรงงานใหญ่ๆเท่านั้น
แต่ในปัจจุบันหุ่นยนต์หลายๆอย่างก็เริ่มเข้ามาในชีวิตเรามาขึ้น ที่เห็นเด่นชัดในต่างประเทศ คือ เริ่มมีการใช้หุ่นยนต์ที่เรียกว่า “โดรน”ในการทำงานรอบตัวเรามากขึ้น เช่น การถ่ายภาพ การขนส่ง ถึงขนาดใช่ในการตรวจตรารักษาความปลอดภัยก็ทำได้แล้ว

สุดท้ายนี้ เทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีชีวิตของพวกเราก็คือ การเชื่อมอุปกรณ์แทบจะทุกอย่างได้ผ่านอินเตอร์เน็ต
หรือที่ในวงการเมคเกอร์จะเรียกว่า Internet of Things  (IoT) ด้วยความล้ำสมัยในการออกแบบเซ็นเซอร์และวงจรไฟฟ้าที่มีขนาดเล็กลงทำให้ปัจจุบันได้มีการเอา IoT ไปจับกับสิ่งต่างๆรอบตัวเช่น กระถางต้นไม้ที่จะบอกข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือของคุณได้ว่าถึงเวลาที่จะต้องรดน้ำต้นไม้แล้ว!!!

แล้วถ้าบวกกับปัญญาประดิษฐ์เข้าไปละ คุณก็จะได้ กระถางต้นไม้ที่ รดน้ำให้ปุ๋ย
และรายงานการเติบโตให้คุณได้อย่างอัตโนมัติ!!!  จะเห็นได้ว่ายุคต่อไปนวัตกรรมใหม่ๆที่เกิดจากเทคโนโลยีข้างต้นจะมาอยู่รอบตัวเราอย่างแน่นอน

ผลกระทบ

จากระบบที่เปลี่ยนไป ผู้ที่เปิดกว้างและสามารถประยุกต์ใช้นวัตกรรมใหม่ๆได้ จะเติบโตและทิ้งห่างจากผู้ที่ปรับตัวไม่ได้เป็นอย่างมาก คนที่อยู่กับที่ก็จะถูกทิ้ง โอ้น่ากลัวใช่ไหมละครับ

สิ่งที่คุณต้องทำ

คุณจำเป็นต้องขยันเรียนรู้เพื่อที่จะเป็นผู้นำ และออกแบบธุรกิจของคุณให้สอดคลองกับสิ่งรอบตัวที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป ส่งต่อคุณค่าให้ลูกค้าผ่านความสัมพันธ์และประสบการณ์ ให้มากขึ้น

ในบ้านเรา

คลื่นลูกนี้ในบ้านเรายังเหมือนกับจิตนาการแห่งอนาคตอยู่พอสมควร แต่เชื่อเถอะครับว่ามันมาให้เราจับต้องได้แน่ๆ
คนหลายกลุ่มในบ้านเราก็เริ่มตื่นตัวกับนวัตกรรมใหม่ๆเหล่านี้แล้ว จริงอยู่ครับที่นวัตกรรมเหล่าอาจทำให้การจ้างแรงงานคนบ้างอย่างลดน้อยลง หรืองานบางอย่างอาจสูญหายไปเลย

แต่ทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้และสามารถทำงานกับเทคโนโลยีเหล่านี้ยังขาดแคลนอยู่มาก หลายๆองค์กรก็เริ่มที่จะเปิดให้ความรู้เหล่านี้มากขึ้นทั่งทางด้าน AI จากหลายสถาบันการศึกษา ด้านหุ่นยนต์ก็มีหลักสูตรปริญญา จาก สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม หรือ FIBO รวมถึงคอมมูนิตี้อิสระอย่างเมคเกอร์ที่มีกลุ่มคนที่เชียวชาญด้าน IoT และหุ่นยนต์ ให้เราๆท่านๆสามารถโต้คลื่นลูกนี้ได้อย่างปลอดภัย

===============

nov9_wave10-008

คลื่นลูกที่ 7 – เชาวน์ปัญญาข้อมูล (The Data Intelligence) การกระทำที่เปลี่ยนไป

เรากำลังย่างก้าวเข้ามาสู่ การวิวัฒนาการใหม่ของเทคโนโลยี นับตั้งแต่จุดเริ่มของยุคคอมพิวเตอร์ ข้อมูลต่างๆได้กลายมาอยู่ในรูปแบบดิจิตอล และมีการเก็บข้อมูลกันมาเรื่อยๆ และมีการนำเอาข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อหาข้อมูลข่าวสารเพื่อในมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างกว้างขวาง



ซึ่งแต่เดิมข้อมูลส่วนใหญ่ก็ยังเป็นเพียงแค่ข้อมูลดิบที่คนเราสร้างขึ้น แต่หลังจากการมาของยุค Socail Media ข้อมูลที่ถูกสร้างบนโลกออนไลน์ิก็มีเพิ่มขึ้นอย่างมหาสาร อีกทั้ง การมาข้อเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) ซึ่งจะเป็นอุปกรณ์ที่มีเซนเซอร์และทำการส่งข้อมูลออกมาจำนวนมาก



ได้มีการคาดการณ์ว่า ข้อมูลที่สร้างมาจากอุปกรณ์เหล่านี้จะมีปริมาณมากกว่า ที่คนสร้างหลายเท่าตัว โดยในปัจจุบัน ได้มีการเรียกข้อมูลที่มีปริมาณมหาสารเหล่านั้นว่าบิ๊กดาต้า (Big Data) และได้มีเทคโนโลยีใหม่ๆที่มาช่วยจัดการและวิเคราะห์เพื่อหาข้อมูลที่มีประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่เหล่านั้น ถือได้ว่าเป็น “เหมืองทองแห่งใหม่” ในยุคดิจิตอลทีเดียว

และมีสิ่งหนึ่งที่มาพร้อมกับวิวัฒนาการของสารสนเทศยุคบิ๊กดาต้า (Big Data)

และเป็นที่จับตามองของเศรษฐกิจทั่วโลก คือ นวัตกรรมใหม่ทางด้านธุรกรรมการเงิน ไม่ว่าจะเป็นสกุลเงินดิจิตอล (Digital Currencies) และบล็อกเซน (Blockchain) ที่อาจจะมาเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุระกรรมทั้งด้านการเงินและทรัพย์สินไปอย่างสิ้นเชิง

ผลกระทบ

การกระทำที่เปลี่ยนไป การตัดสินใจแผนการทางธุรกิจ สามารถทำได้ดีขึ้น โดยอิงจากผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ
ผู้ประกอบการสามารถปรับแผน ให้เข้าข้อมูลที่ได้รับการวิเคราะห์ ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้หมด มีผลมาจากจากอินเตอร์เนตมีความเร็วสูงมากนั่นเอง

สิ่งที่คุณต้องทำ

รู้ว่าตัวชี้วัดไหนที่มีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณ ใช้ระบบตรวจสอบอัตโนมัติ เพิ่มศักยภาพทางธุรกิจด้วยการเชาวน์ปัญญาข้อมูล

 

ในบ้านเรา

การวิเคราะห์ข้อมูลและธุระกรรมออนไลน์ไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่เท่าไรนักในบ้านเราแต่ถ้าเทียบกับต่างประเทศแล้วยังถือว่ามีความแพร่หลายและพัฒนาการที่ช้าอยู่มาก
แต่ในช่วงที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปงาน The First NIDA Business Analytics and Data Sciences Conference ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์หรือ นิด้า
ร่วมกันจัดงานกับ Data Science Thailand จึงได้มีโอกาสไปเปิดหูเปิดตาและได้รับรู้ว่าในไทยก็มีกลุ่มผู้เชียวชาญ และ หลักสูตรปริญญา ที่พร้อมจะผลักดันด้านนี้อยู่
ส่วนทางด้านธุรกิจ Startup ไทย ก็ไม่น้อยหน้าซึ่งมาข่าวว่าได้เริ่มเตรียมนำเอาเทคโนโลยีบล็อกเซนมาประยุกต์ใช้แล้วเช่นกัน

http://as.nida.ac.th/th/

http://datascienceth.com/

บทความเพิ่มเติมสำหรับผู้อยากรู้ว่า Data Science คืออะไร

https://brandinside.asia/data-science-sexiest-job/

===============

nov9_wave10-009

คลื่นลูกที่ 8 – คุณ 3.0 (ตัวตนที่เปลี่ยนไป)

เป็นอีกคลื่นที่ฟังดูแล้วเหมือนหลุดออกมาจากหนังวิทยาศาสตร์ แต่ในต่างประเทศ วิทยาการทางด้านชีวะวิทยาและการแพทย์ ได้รุดหน้าไปอย่างมาก เช่น การที่คนทั่วไปสามารถส่งเซลล์ไปให้ห้องทดลองนำไปวิเคราะห์ DNA ได้ ซึ่งสามารถทำให้แพทย์วิเคราะห์หาหรือผลิตยาที่รักษาเฉพาะบุคคลได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การสร้างอวัยวะเทียมด้วยเทคนิคการพิมพ์สามมิติ ซึ่งหมายความว่าคนไข้อาจจะไม่ต้องรอรับการบริจาคอวัยวะจากคนอื่นอีกต่อไป

ไม่เพียงแต่วิทยาการทางด้านชีวะวิทยาเท่านั้น วิทยาการทางด้านจักรกลและหุ่นยนต์ ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในร่างกายของเา เเริ่มจากอวัยวะเทียมขั้นสูงที่จะมาช่วย ผู้ที่ศูนย์เสียอวัยวะ ได้กลับใช้ชีวิตตามหรือดีกว่าเดิมด้วยอวัยวะกลเหล่านี้



โดยโรเจอร์ได้ให้ดูตัวอย่างของขากลที่นาย Hugh Herr ได้พัฒนาขึ้นเพื่อมาใช้กับตัวเอง (https://www.wired.com/video/cyborg-nation-can-prosthetics-outperform-real-limbs)

คลื่นลูกที่ 8 นี้ ยังรวมถึง สิ่งที่เราสวมใส่ในปัจจุบันก็จะถูกใส่นวัตกรรมเข้าไปเพื่อมาเพิ่มประสิทธิภาพให้มนุษย์
ทั้งทางด้านการทำงานและการใช้ชีวิตโดยทั่วไป มากขึ้นด้วย เช่นตัวอย่าง Wearable Tech ตามลิงค์นี้ (https://www.youtube.com/watch?v=yeY61S3uYpo)

ผลกระทบ

ตัวตนที่เปลี่ยนไป มนุษย์เริ่มที่เพิ่มศักยภาพทางกายภาพให้ดียิ่งขึ้นได้ด้วยนวัตกรรมทางด้านชีวะภาพและด้านจักรกลที่ใช้การได้จริง มนุษย์มีทางเลือกมากขึ้นในการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานชีววิทยา

สิ่งที่คุณต้องทำ

ควบคุมโชคชะตาด้วยตัวคุณเอง คุณมีสิทธิเลือกสุขภาพและเป้าหมายที่ยั่งยืน คิดทบทวนคุณค่าเวลาของตัวคุณเอง

ในบ้านเรา

ถึงแม้ว่าเมืองไทยของเราจะติดอันดับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) แต่การที่ประชากรโดยทั่วไปนั้นจะได้รับการรักษาที่ทัดเทียมต่างประเทศยังถือเป็นเรื่องเข้าถึงได้ยากอยู่ ดังนั้นนวัตกรรมต่างๆที่กล่าวมาในคลื่นลูกนี้ยังอาจจะอยู่ไกลจากตัวเราอยู่พอสมควรแนวโน้มเรื่อง Wearable Tech จะดูเป็นเรื่องที่อาจเข้ามาถึงบ้านเราก่อน โดยน่าจะมีกลุ่ม Startup และ maker ที่จะปรับตัวได้ก่อนและเป็นแกนนำทางด้านนี้
และก็หวังว่าเทคโนโลยีอื่นๆก็จะตามมาและเข้าถึงได้ในวงกว้าง

===============

nov9_wave10-010

คลื่นลูกที่ 9  – กำแพงที่ล่มสลาย (โครงสร้างที่เปลี่ยนไป)

จากคลื่นทั้ง 8 ลูก ที่ได้กล่าวมาแล้ว ทุกท่านจะสังเกตได้ว่าหลายๆอย่างรอบตัวเรากำลังเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด คลื่นลูกที่ 9 นี้จึงหมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของปลายยุค

เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วตอนยุคเกษตรกรรม กลายมาเป็นยุคอุตสาหกรรม



ทุกอย่างเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ โดยเฉพาะเทคโนโลยีทางด้านการเงินและเศรษฐกิจยุคดิจิตอล
ที่มีผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจปัจจุบันอย่างมาก การที่มีเงินตราดิจิตอลออกมาสู่ระบบ
และสามารถใช้จับจ่ายได้เหมือนเงินตราปกติ ผู้คนไม่จำเป็นต้องยึดติดกับสกุลเงินเก่าอีกต่อไป



การทำธุรกรรมและถ่ายโอนทรัพย์สินก็กำลังจะเปลี่ยนแปลงด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain)
ระบบเก่าหลายๆอย่างจะล้าสมัยและแม้แต่เครือบริษัทที่ยิ่งใหญ่ก็มีโอกาสจะล่มสลาย กำแพงที่สร้างไว้จะทลายลงมา
องค์กรสมัยใหม่อย่าง Startup จะมีโอกาสเข้ามาสร้างโครงสร้างในระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่มากขึ้น โครงสร้างเศรษฐกิจในอนาคตอาจจะไม่เหมือนกับที่เราเคยรู้จักอีกต่อไป

ผลกระทบ

โครงสร้างที่เปลี่ยนไป เราอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนแปลงแห่งศตวรรษ เป็นช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนแต่เปี่ยมไปด้วยโอกาส

สิ่งที่คุณต้องทำ

อย่าทึกทักเอาว่าโครงสร้างที่มีอยู่จะยังอยู่เหมือนเดิม เตรียมตัวรับกับการกระบวนการเปลี่ยนแปลงในระดับโลก พร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงกันเถอะครับ

ในบ้านเรา

ณ ปัจจุบันที่อินเตอร์เน็ตได้เชื่อมโยงทุกประเทศเข้าหากัน คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงที่เราเห็นในต่างประเทศ
ยังไงก็จะมีผลต่อบ้านเราไม่มากก็น้อย เราก็ควรเตรียมพร้อมรับมือ เพื่อเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส

===============

nov9_wave10-011

คลื่นลูกที่ 10  – ยุคแห่งการไม่ใช้เงิน (นิสัยที่เปลี่ยนไป)

“มนุษยชาติกำลังทำการสอบครั้งสุดท้าย เราได้มาถึงช่วงเวลาที่พิเศษ เมื่อมันไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างคุณหรือผมอีกต่อไป
เพราะตอนนี้มันมีเพียงพอสำหรับทุกคน”  คำพูดของ ริชาร์ด บัคมินสเตอร์ ฟูลเลอร์ – เป็นสถาปนิก นักประดิษฐ์ ระดับโลก

ในคลื่นสุดท้ายนี้เป็นเหมือนการทดสอบ ที่ริชาร์ดกล่าวไว้ครับ

โรเจอร์ กล่าวไว้ว่า

“ยุคนี้เราไม่จำเป็นต้องวัดความมั่งคั่งด้วยเงินอีกต่อไป แต่เป็นการร่วมมือกันแก้ไขปัญหา มีจิตสำนึกร่วมกัน หันมาใช้  Green Energy”



เรามาถึงยุคที่ถ้าเราใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่เพียงที่มันจะช่วยพัฒนาประเทศได้เท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยได้ทั้งโลก
เช่น ในต่างประเทศมีการคำนวณพื้นที่ของโรงงานไฟฟ้าด้วยพลังแสงอาทิตย์ เพื่อจ่ายไฟให้พอกับคนทั้งโลก  แล้วผลออกมาเป็นที่น่าตกใจว่า
พื้นที่ๆจำเป็นต้องใช้มีขนาดน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้น้อยมาก แค่ประมาณ 0.2% ของพื้นที่บนโลก หรือประมาณขนาดของประเทศเยอรมันเท่านั้นเอง

ในปี 2558 นี้คณะทำงานระหว่างประเทศภายใต้การนำขององค์การยูเนสโก ได้สำรวจปัญหาจากทุกมุมโลกเพื่อกำหนดเป้าหมายการพัฒนาใหม่
ซึ่งได้ออกมาเป็นเป้าหมายโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Global Goals for Sustainable Development Goals : SDGs) ซึ่งมีทั้งหมด 17 เป้าหมาย
นับเป็นการร่วมมือในระดับโลกที่จะมาช่วยแก้ไขปัญหาไม่เพียงแต่ในแต่ละประเทศเท่านั้น แต่เป็นการช่วยทุกคนที่อยู่บนโลกใบนี้

ผลกระทบ

ผลกระทบที่เปลี่ยนไป การรวมตัวของเทคโนโลยีและผู้คนทั่วโลกที่ร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาที่ยิ่งใหญ่ด้วยจิตสำนึกศูนย์รวม

สิ่งที่คุณต้องทำ

เลือกที่จะร่วมกับกระแสในหัวข้อที่คุณให้ความสำคัญ ทำให้การมีชีวิตบนโลกใบนี้มีความหมายขึ้นเพื่อประโยชน์แก่คนทั่วโลก แบ่งปันภารกิจของคุณกับสังคมของคุณ

ในบ้านเรา

นอกจากการประชุมสหประชาชาติ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะผู้แทนไทยได้เข้าร่วมและรับทราบโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศในโครงการ SDGs แล้วทางยูเนสโกก็มีตัวแทนที่มาโปรโมทโครงการนี้ในไทยบ้างแล้วเหมือนกัน ซึ่งทุกท่านสามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มจากลิงค์ด้านล่างนี้ได้ หวังว่าในฐานะคนๆหนึ่งที่ได้เกิดมาบนโลกที่อุดมสมบูรณ์นี้ เราจะมาร่วมพัฒนาให้โลกอยู่ได้อย่างยั่งยืนกันนะครับ

link รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SDGs
http://www.globalgoalsthailand.com/000/index.html

http://www.un.or.th/globalgoals/th/the-goals/

link ทดสอบหัวข้อ SDGs

…………………………………………….

ขอขอบคุณทุกท่านมากครับ ที่สละเวลาอ่านบทความนี้

เรียบเรียงเนื้อหาโดย คุณกิตติมนัส ดิษยบุตร (ทีมคอนเทนส์ และผู้เชี่ยวชาญด้าน Technology)

บรรณาธิการ คุณชมพูนุท นิตตะโย Marketing Manager Wealth Space

Wealth Space  ชุมชนที่ช่วยให้คุณ สะท้อนคุณค่า และสร้างความมั่งคั่งในแบบของตัวเอง

หากคุณชื่นชอบในบทความของ Wealth Space ทางเรามี E-BOOK

ที่เป็นบทความที่รวบรวบเอาแนวคิดของ Roger James Hamilton  ที่เป็นสุดยอดแรงบันดาลใจสำหรับผู้ประกอบการ

ซึ่งคุณสามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่ ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

http://bit.ly/WealthSpaceFreeEBook

Wealth Space ทีม

LINE@ : @thewealthspace

http://wealthspace.co/

Recent Posts

Leave a Comment