8 เทคนิคสร้างทีมงานในฝัน

หากคุณเป็นเจ้าของกิจการ ผู้จัดการ ที่ต้องคุมทีมให้มีประสิทธิภาพ
อย่าเลื่อนเรื่องนี้ผ่านไป

เรื่องของ “คน”  เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการ และผู้นำ ส่วนใหญ่เผชิญความท้าทายมากที่สุด
เพราะคนที่เข้ามาเป็นพนักงาน อยู่ได้ไม่นานก็ลาออก สอนงานกันไปได้ไม่เท่าไหร่ ก็ไปทำที่ใหม่
ที่ให้เงินเดือนสูงกว่า และอะไรล่ะ คือ หัวใจสำคัญที่ทำให้พวกเขาอยากอยู่กับคุณ วันนี้  Wealth Space
ขอนำเสนอวิธีการทีมในฝัน ที่คุณสามารถทำให้ทีมของคุณ อยากร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกัน และโชว์ศักยภาพของพวกเขาออกมาได้มากที่สุด

 

8 เทคนิคสร้างทีมงานในฝัน

 

1. ให้โอกาสแต่ละคนได้โชว์ศักยภาพของตัวเอง

เมื่อทีมของคุณทำผลงาน หรือประสบความสำเร็จไม่ว่าจากเรื่องใด อย่าดึงเครดิตเข้าหาตัวเอง
คุณควรให้เครดิตทีม ความสำเร็จที่ทีมคุณเป็นผู้สร้าง ควรได้รับการยอมรับ เพราะพวกเขาล้วนอยากที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดผลงานที่ยอดเยี่ยม คุณควรบอกทีมคุณแต่ละคนว่าพวกเขายอดเยี่ยมแค่ไหน

วิธีการที่ง่ายที่สุด ที่คุณจะสร้างความมั่นใจให้ทีมของคุณ คือ การเอาใจใส่ และการชื่นชมขอบคุณในสิ่งที่พวกเขาทำเมื่อจำเป็น การให้คำชมเชยในความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ หรือเรื่องใหญ่ ทั้งแบบต่อหน้า และชมในที่สาธารณะทีมของคุณจะรู้สึกได้ถึงความภาคภูมิใจ และรู้สึกได้ถึงการเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของทีมและเขาก็จะยิ่งโชว์ศักยภาพของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่

เห็นไหมล่ะ มันดีกว่าการที่คุณเอาแต่สนใจตัวเอง จนลดบทบาททีมเยอะเลย

 

2. เรียนรู้สไตล์การทำงานของทีม และสื่อสารในแบบเดียวกันกับพวกเขา

เมื่อคุณมีทีมที่มีศักยภาพ และพวกเขาพร้อมที่จะทำงานให้คุณ สมาชิกในทีมแต่ละคนล้วนมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน จุดแข็งของคนหนึ่ง อาจะกลายเป็นจุดอ่อนของอีกคนหนึ่งก็ได้

ดังนั้นในการเป็นผู้นำอย่างมีประสิทธิภาพ คุณต้องเข้าใจความแตกต่างของคนในละประเภท และเลือกการสื่อสารที่เหมาะสมกับคนประเภทนั้นๆ ในขณะเดียวกันคุณควรมีความฉลาดทางอรามณ์ที่จะสื่อสารให้คนแต่ละประเภทเข้าใจ

เรื่องนี้จะทำให้คุณกันทีมเข้าใจกันมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น หากสมาชิกในทีมของคุณเป็นทีมดูแลระบบหลังบ้าน ที่ต้องการข้อมูลและรายละเอียดในเรื่องที่คุยแบบเชิงลึก การคุยแบบภาพใหญ่อาจจะทำให้ทีมคุณไม่เห็นภาพ ซึ่งคุณอาจจะต้องเสริมเรื่องของ How เข้าไปด้วย หรือเตรียมข้อมูลที่มากพอ เพื่อให้พวกเขาได้ทำการศึกษา

ในทางกลับกัน หากทีมของคุณเป็นกลุ่มคนแบบ Extrovert คือ ชอบออกไปพบปะสังสรรค์ คุณควรให้ไอเดียพวกเขา และกระตุ้นให้พวกเขาออกไปเจอผู้คน มากกว่าที่จะให้อยู่ในบริษัทและวุ่นวายกับเรื่องบัญชี

แต่ทั้งนี้คุณต้องรู้ก่อนว่าคุณได้เลือกคนให้เหมาะกับงานแล้วหรือไม่ ? หากคุณไม่แน่ใจในเรื่องนี้ คุณสามารถเข้าไปทำแบบทดสอบเพื่อวัดความอัจฉริยะทั้ง 8 ในตัวคนของ Wealth Dynamics ได้ที่  http://wealthspace.co/wdtest/

 

3. คุณต้องรักษาบทบาทของการปกป้องทีม

คุณรักทีมของคุณหรือเปล่า?  ผู้นำที่ดี ต้องปกป้องทีมของตนเอง และรักเอาใจใส่พวกเขา เสมือนเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกในครอบครัว องค์กรขนาดกลางในประเทศไทยหลายองค์กร ที่มีทีม 30-50 คน พนักงานมีความสามารถมาก แต่ได้ค่าจ้างไม่ได้เยอะ พวกเขาพร้อมที่จะถูกเรียกตัว และไปที่ใหม่ที่ได้เงินเดือนที่สูงขึ้น แต่เขากลับอยู่กับคุณ เพราะรู้สึกได้ถึงความเป็นครอบครัว

คุณควรดูแลทีมให้พวกเขารู้สึกแบบนี้  มากกว่าดูแลทีมในฐานที่พวกเขาเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา

การปกป้องทีมก็เป็นสิ่งสำคัญ เวลาที่ทีมของคุณต้องรับมือกับปัญหา หรือวิกฤต ที่พวกเขาได้ทำหน้าที่ของตัวเองออกไปแล้ว เมื่อความกดดันจากลูกค้า และสภานการณ์ภายนอกบีบบังคับ ในทีมจะแบกความคาดหวังที่หนักอึ้ง และมักมาพร้อมกับความเครียด ความกดดัน พวกเขาควรได้รับการปกป้องจากคุณ โดยคุณต้องใช้เวลาร่วมกันกับทีมในการช่วยกันคิดวิเคราะห์ ช่วยให้แนวทางเพื่อกลับไปแก้ไข คุณต้องครองสติให้ดี

เวลาที่คนเรารู้สึกได้รับความคุ้มครอง ปกป้อง พวกเขาจะรู้สึกปลอดภัยและมีคุณค่า ซึ่งนี่จะเป็นการสร้างพลังบวกให้กับทีมและสิ่งแวดล้อมในการทำงานจะเต็มไปด้วยพลัง  และพวกเขาจะเต็มใจที่จะเสี่ยงเพื่อปกป้องบริษัทมากขึ้นเช่นกัน

 

4.  ปล่อยให้ทีมทำงานตามแบบที่พวกเขาเป็น

ในฐานะผู้นำคุณต้องสนับสนุน และกระตุ้นให้แต่ละคนได้ใช้สัญชาติญาณตามธรรมชาติของพวกเขาออกมา

ทำได้อย่างไรนะหรอ วิธีการ คือ คุณต้องหยุดเจ้ากี้ เจ้าการ ให้ความอิสระในการที่พวกเขาจะคิด หรือทำงานในแบบที่พวกเขาเป็น แต่คุณต้องให้ความสำคัญกับการติดตามงานแทน ว่าได้ผลลัพธ์ในแบบที่คุณต้องการหรือไม่  เมื่อคุณเอาตัวเองออกห่างจากงาน และปล่อยให้ทีมคุณทำงาน คุณจะเริ่มมองภาพรวมได้แบบ bird’s-eye-view ซึ่งนั่นทำให้คุณเห็นจุดแข็ง จุดอ่อน ของคนในทีมชัดขึ้น และเป็นการดีที่คุณควรจะเลือกเข้าไปให้คำแนะนำในแต่ละบุคคล

เรื่องนี้หลายองค์ตกม้าตาย เพราะผู้นำลงไปจี้ และพยายามให้ทีมทำงานในแบบที่ตัวเองเป็น ผลลัพธ์ คือ คุณเองจะเหนื่อยมาก เพราะทีมไม่สามารถทำงานในแบบที่คุณต้องการได้ และคุณยังละสายตาไม่ได้เลย ต้องคอยตับตาดูตลอดเวลา

 

5. ให้พื้นที่ความเป็นส่วนตัวในการทำงาน

ไม่มีอะไรจะเลวร้ายไปกว่าการลงไปทำงานแบบ Micromanage หรือการลงไปจัดการทุกเรื่องตั้งแต่เรืองเล็กๆ โดยทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณต้องการเท่านั้น สำหรับใครที่เป็นแบบนี้อยู่ ทางออก คือ คุณต้องฝึกปล่อยทีมให้พวกเขามีความเป็นส่วนตัวในการทำงาน เอาตัวเองออกมา อย่าไปนั่งจ้ำจี้จำไช หรือบังคับ บงการพวกเขา

มันอาจจะยากในช่วงแรก ที่จะปล่อยให้ทีมทำงาน แต่คุณรู้ไหมว่า ทีมจะทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม เมื่อพวกเขามีสภาวะของจิตใจที่มั่งคง ไม่ถูกรบกวนหรือกระทบกระทั่ง สำหรับผู้นำแบบเผด็จการ อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายสำหรับคุณที่มีความบงการโดยธรรมชาติ คุณควรเริ่มจากการสั่งงานให้เคลียร์ และไว้ใจ เชื่อมั่นในตัวทีม ปลอยให้พวกเขาทำงาน โดยคุณทำหน้าที่ติดตามผลลัพธ์

 

6.  อย่าคาดหวังว่าพวกเขาต้อง “รู้ทุกเรื่อง”

เราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง เรารู้แค่บางเรื่องก็พอแล้ว ทีมคุณก็เช่นกัน หลายคนอยู่กับการคาดหวังของทีม ว่าพวกเขาต้องรู้ในเรื่องที่คุณต้องการ แต่คุณไม่ได้เช็คว่าตัวคุณได้บอกความต้องการที่ชัดเจนขนาดไหน

บอกสิ่งที่คุณต้องการ หรือคาดหวังให้ชัดๆ ตรงไปตรงมา ด้วยภาษาที่เคลียร์ ไม่สับสน เวลาบอกให้บอกทีละเรื่องๆ อย่าพูดเรื่องหนึ่งยังไม่ทันจบ ขึ้นเรื่องใหม่อีกแล้ว หากคุณไม่บอก หรือบอกไม่ชัดเจน ก็อย่าคาดหวังว่าใครจะอ่านใจคุณออก

ใช้เวลาไม่นานเพื่อทำให้แน่ใจว่าทีมของคุณเข้าใจในสิ่งที่คุณคาดหวังต้องการ และจากนั้นจึงปล่อยพวกเขาไปทำงานในแบบที่เขาเป็น เมื่อมีการสื่อสารที่ชัดเจน มากเท่าไหร่ ทีมงานของคุณจะสร้างผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้นเท่านั้น

 

7. ลดความสับสนในการสั่งงาน

คุณเคยเห็นคนที่พูดว่า “ได้ครับ” “ได้ค่ะ” ตลอดเวลา โดยที่ไม่ฟังข้อมูลอะไรเลยไหม  หากคุณเป็นผู้จัดการ หรือคนคุมทีม ที่ต้องรับสารจากบอสใหญ่ เพื่อนำไปถ่ายทอดต่อ คุณต้องระวังการสื่อสารที่ทำให้เกิดความสับสนในการสั่งงานหากคุณยังไม่มีข้อมูลที่มากพอ อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุป และนำไปบอกทีม เพราะทำให้ทีมคุณสับสนได้ เนื่องจากคุณเองก็ยังเข้าใจไม่ชัดเจน

เวลาที่คุณได้ข้อมูลข่าวสารมา คุณควรฟังเพื่อรับข้อมูล มากกว่าพูด และหลังจากนั้นจึงค่อยตั้งคำถาม เพื่อให้คุณเข้าใจในทุกๆมิติ กล้าถาม ดีกว่ารับงานไปแบบสับสน

 

8.  ชื่นชมทีมงานอย่างเหมาะสม

อย่าละเลยทีมงาน อย่าคิดว่าสิ่งที่พวกเขาทำ เป็นสิ่งที่ควรทำ และคุณไม่จำเป็นต้องสนใจ เพราะมันเป็นหน้าที่ ความคิดแบบนี้พลาดกันมาหลายคนแล้ว เพราะคุณ ถือว่าเป็นหน้าที่ ทีมคุณไม่ได้รับคำชื่นชมใดๆเลย โดยเฉพาะความพยายามที่จะผลักดันให้งานสำเร็จ คุณต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้  

เวลาที่ทีมต้องรับผิดชอบ เพื่อทำให้ผลลัพธ์เกิดขึ้น และคุณเป็นคนที่ติดตามผลลัพธ์ ในระหว่างทางอาจจะเป็นการประชุมรายสัปดาห์ หรือการพบเจอกันเพื่ออัพเดทสั้นๆ อย่าละเลยที่จะชื่นชมในความพยายามของพวกเขา หากคุณเห็นแล้ว ทีมมีความตั้งใจให้ผลงานออกมาดี ชื่นชมพวกเขาในสิ่งที่เขาเป็น และทำ อย่าต้องการแค่ให้ทีมทำสำเร็จ
เหนือสิ่งใดคุณต้องทำให้ทีมมีความสุขให้ได้

การสร้างทีมที่ยอดเยี่ยม คือ การทำให้พวกเขาได้รู้สึกถึงความรัก รักในหน้าที่ที่ทำ รักในสิ่งที่เขาเป็น
และคุณคือ คนสร้างสิ่งแวดล้อมให้พวกเขาเจริญเติบโต

Recent Posts

Leave a Comment